บวบเหลี่ยม จะผลิดอกออกผลสะพรั่งให้พวกเรากินกันได้ทุกฤดู ต่างไปจากบวบหอมที่หารับประทานได้เฉพาะช่วงหน้าฝน ในขณะที่บวบงูก็จะออกผลดกในช่วงปลายฝนต่อต้นฤดูหนาว บวบเหลี่ยมจึงเป็นตัวแทนของเหล่าบวบที่มีให้คนไทยบริโภคได้ครบทั้ง 3 ฤดูเลยทีเดียว
บวบเหลี่ยมเป็นชื่อที่คนภาคกลางเรียกกัน แต่ทางภาคเหนือจะมีสำเนียงใช้เรียกที่แตกต่างกันอย่างมาก เช่น หมักนอย มะนอยเหลี่ยม บางแห่งก็เรียกกันว่า มะนอยเลียม คนบางท้องถิ่นเรียกมะนอยเฉยๆ มีบ้างที่เรียกแปลกออกไปกว่านั้นอีก เช่น มะนอยข้อง มะนอยงู
บวบเป็นไม้เถายาว โตเร็ว มีอายุประมาณ 1 ปี เป็นพืชตระกูลเดียวกับแตงทั้งหลาย แต่ว่าอยู่คนละสกุลกัน คือ แตงอยู่ในสกุล Cucumis แต่บวบอยู่ในตระกูล Luffa บวบมีลำต้นเป็นเหลี่ยมสัน ตามข้อมีมือที่ใช้เกาะเกี่ยวเป็นเส้นยาว ใบเป็นแบบใบเดี่ยวเรียงสลับกัน แผ่นใบเป็นรูปเหลี่ยมมีราว 5-7 เหลี่ยม ตามขอบใบมีรอยเว้าตื้นๆ ปลายใบค่อนข้างแหลม ส่วนโคนใบเว้าลึกเข้าด้านในจนดูคล้ายกับรูปหัวใจ ก้านใบยาวราว 4-9 ซม. และเป็นเหลี่ยมเหมือนกับลำต้น ดอกเป็นสีเหลือง ออกดอกตามง่ามใบ ทั้งแบบเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อ โดยมีดอกทั้งตัวเมียและตัวผู้อยู่บนต้นเดียวกัน
สำหรับผลเป็นรูปทรงคล้ายกระบอกกลม ยาวราวๆ 20 ซม. ผิวมีเหลี่ยมเป็นเส้นไปตามความยาวของผล นับได้ 10 เหลี่ยมเท่ากันทุกลูก ลองท้าพิสูจน์ให้นับดูได้ โคนผลเรียวเล็กแล้วค่อยๆ กว้างออก ก่อนที่จะค่อยๆ แคบลงไปอีกครั้งจนไปบรรจบกันที่ปลายผลอย่างสวยงาม ให้ผลดกและงามยามหน้าฝน ขยายพันธุ์ง่ายโดยการใช้เมล็ด ชอบขึ้นตามที่รกร้าง หรือที่ชื้นแฉะตามริมคลอง และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ คนตามชนบทนิยมปลูกไว้ตามบ้าน เป็นได้ทั้งรั้ว และเป็นทั้งอาหาร
ผล ของบวบที่ยังอ่อน นั้นอร่อยมาก มีรสหวานนิดๆ ตามธรรมชาติ จะนำไปทำอาหารอะไรก็อร่อยเยี่ยมยอดทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็นผัด ต้ม หรือ แกง อย่างเช่น ต้มจิ้มกับน้ำพริกรสจัด หรือจะผัดกับ ไข่ หมู กุ้ง ส่วนแกงที่นิยมทานกันคือ แกงส้ม แกงเลียง และแกงกับปลาแห้ง
บวบ นอกจากจะนำมาทำเป็นอาหารแล้ว เมื่อแก่ และแห้งยังนำมาขัดตัว และนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เราได้ใช้กันได้อีกด้วย